First time with Covid in 2024


ถ้าจะมาเขียนรีวิวการเป็นโควิดตอนปี 2024 ก็คิดว่าน่าจะช้ามากๆ คนอื่นเค้าเป็นและหายกันมาหลายรอบแล้ว แต่นี่เป็นการติดโควิดครั้งแรกของผม ก็มองว่าเป็นการแชร์ประสบการณ์และแนวทางการรักษาละกันครับ อาจจะมีประโยชน์หรืออาจจะไม่มีเลย


สายพันธ์ที่ผมติดน่าจะเป็นสายพันธ์ล่าสุดของตอนนั้น ผมตรวจเจอเชื้อช่วงวันที่ 7 มีนา 2024 เป็นช่วงที่ โอมิครอน "JN.1.4" ระบาด อาการผู้ป่วยสายพันธุ์นี้ก็จะมีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว แล้วก็ปวดศีรษะ มันไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับตัวเก่าๆที่เคยได้ยินมา ผมไม่มีอาการเจ็บคอแบบมีดบาดเป็นแค่เจ็บคอธรรมดา แต่ที่น่าในใจคือแผนผมก็ติดช่วงเวลาเดียวกันกลับมีอาการเจ็บคอแบบมีดบาด

หลังจากที่รู้ว่าเป็นผมก็ทำอะไรไม่ถูกเลย เพราะว่าไวรัสมันอยู่มานาน คนอื่นเค้าเป็นๆหายๆมาหลายรอบแล้ว รวมถึงตัวไวรัสที่ผ่านการกลายพันธ์มาหลาย Variation ทำให้ข้อมูลที่ผมได้รับมามันอาจจะไม่ใช่การรับมือหรือการดูแลสำหรับสายพันธ์ปัจจุบัน ผมเลยต้องถามพี่ๆ ที่ทำงานเพราะว่ามีคนนึงเค้าเพิ่งเป็นเมื่อ 1-2 เดือนที่แล้วถึงวิธีการรักษา

ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ผมได้คือ กินน้ำอุ่นพักผ่อนเยอะๆ ถ้าไม่ไหวก็ค่อยไปหาหมอ ผมก็ทำตามไปก่อนเพราะว่ายังไม่อยากเดินทาง มันเพลียทั้งผมและแฟนก็น่าจะยังขับรถไปไม่ไหว ที่ผมทำเพิ่มเติมคือเช็ดตัวบ่อยมากๆ ตอนนั้นไม่ได้ตรวจวัดไข้เพราะ Thermometer ที่ซื้อมาช่วงระบาดใหม่ๆ แบตเตอรรี่หมดไปแล้ว แต่เรารับรู้ได้เลยว่าร่างกายเรามันกำลังร้อน และร้อนๆหนาวแบบแปลกๆ เหมือนเราใส่เสื้อผ้าไม่ตรงกลับสภาพอากาศตลอดเวลา และสภาพอากาศก็เหมือนจะเปลี่ยนทุกๆ 5 นาทีทำให้ เดี่ยวต้องห่มผ้า เดี่ยวต้องเตะผ้าห่มออก

การนอน อันนี้เป็นปัญหาอย่างมาก จากคนที่มีวินัยเรื่องการนอนแล้วสามารถควบคุมเวลานอนได้ ก็กลายเป็นว่านอนไม่ได้ มันเหมือนร่างกายมันไม่ต้องการตอนนี้ แต่ความในใจกลับรู้สึกว่ามันต้องการ (หรืออาจจะกลับกัน) เราพยายามจะนอนนะ แต่มันนอนไม่ได้เลย จะมีอีกความคิดนึงคอยมาบอกว่า ห้ามนอน ห้ามหลับ ทำให้หลับตาก็จะถูกอะไรมาบังคับให้ขยับให้ตื่น ถ้าบวกกับเรื่องอุณหภูมิร่างกายที่มันขึ้นลงๆอีก ก็คือกว่าจะหลับก็ตี 4 เลย (เข้านอน 4 ทุ่ม) พยายาามหาเพลง หานิทาน หรือ Meditate แต่ก็ไม่สามารถหลับได้ จนกลายเป็นเสียงที่ควรจะช่วยเหล่านั้นมาสร้างความรำคาญมากกว่า

คืนแรกผ่านไปค่อนข้างแย่แต่เราก็ตื่นสายได้ เพราะทำการลางานไปแล้ว 2 วัน (วันนีวันศุกร์) คืนที่สองคิดว่าน่าจะหายเพราะเพลีย แต่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก เวลาที่หลับก็คือเหมือนเดิมเลยประมาณตี 4 แต่พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ก็น่าจะมีเวลาสำหรับการพักผ่อนเพิ่มและจะได้นอนพักทั้งวันเลย



วันที่ 3 ของการติด (วันเเสาร์) 

ตอนแรกเหมือนทุกอย่างจะดีขึ้น แต่รู้สึกมีน้ำมูกเยอะมากๆ ตอนนี้คิดแล้วว่าอาจจะมีไซนัสอักเสบ เพราะพี่คนนึงก็บอกว่าโควิดเค้าไม่ลำบากมาก แต่ที่ลำบากคือหลังจากนั้นเพราะมันทำให้เค้าเป็นไซนัส และต้องใช้เวลารักษา 2-3 เดือนกว่าจะดีขึ้น ผมเลยไปรพ.ใกล้บ้าน และเป็นไซนัสอย่างที่คิดไว้จริงๆ หมอที่รักษาทำการ X-Ray สองรอบ รอบแรกเพื่อดูเชื้อลงปอดหรือปล่าว รอบสองคือเพื่อดูไซนัส ในช่วงที่รอหมออาการเหมือนจะแย่ขึ้น ไข้ขึ้นเรื่อยๆ อากาศรอบเริ่มหนาว หมอถามเลยว่าอยาก Admit ไหม แต่เราไม่อยากเพราะมันอาจจะเป็นเรื่องยาวเลยเป็นว่าฉีดยา นอนพักรอดูอาการที่รพ.ดีกว่า 

หลังจากฉีดยา (ซึ่งจำไม่ได้ว่ายาอะไร) ร่างกายเริ่มร้อนขึ้น ผมโดนพาไปนอนพักในห้องรวมมีม่านกั้น และไม่รู้ว่าเพราะว่าม่านกั้นหรือว่าเพราะร่างกายผมกันแน่ มันรู้สึกอากาศร้อนมาก ไม่ถ่ายเท จนเหนื่อนและหลับไป สรุปผมหลับไป 1-2 ชม. แฟนรออยู่ข้างนอกจนคิดว่ามันนานเกินไปเลยถามพยาบาลให้มาเช็ค อาการผมโดยรวมดีขึ้นหน่อยแต่ว่าแน่นอนผมยังไม่หาย ก็เลยขอกลับบ้านไปก่ิอน กลับมาก็มาอาบน้ำเช็ดตัวพักผ่อน

การรับมือกับไซนัสเนื่องจากนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เลยพอรับมือมันได้ แต่ที่มันไม่ไหวเลย คือกลิ่นที่เกิดขึ้นในโพรงจมูกเรา ส่วนที่มันอักเสบมันอยู่ด้านบนๆของศรีษะ ทำให้เราไม่สามารถทำความสะอาดได้จากการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ถึงแม้ว่าจะใช้เกือบหมดชวด และทำมากกว่าวันละสองครั้งก็ตาม เหมือนมันมีหลืบซ่อนอยู่ และร่างกายยังผลิตออกมาเรื่อยๆ ต้องอาศัยการสั่งในกระดาษทิชชู่เอาเรื่อยๆ แต่มันคือเหม็นอย่างน่าสะอิดสะเอียน ผมต้องเอาลูกอม Mint มาช่วย เพราะว่าเราเองยังเหม็นขนาดนี้ 



วันที่ 5 ของการติด (วันจันทร์) 

แน่นอนยังไม่ดีขึ้นก็เลยต้องขอลางานเพิ่มอีก 2 วันตามที่หมอบอกไว้ หมอบอกวามันน่าจะอยู่ในช่วง Long Covid แล้ว ซึ่งอาการของผมกับแฟนต่างกัน แฟนไม่มีอาการเกี่ยวกับไซนัสเลย แต่ว่ายังคงอ่อนเพลีย ที่เหมือนกันคือ ไม่อยากกินอะไร รสชาติเริ่มเพี๊ยนไปในช่วงนี้ สำหรับผมรสชาติเพี๊ยนก็ไม่ใช่ครั้งแรก เลยใช้ชีวิตไม่ลำบาก แค่กินๆให้อิ่มแล้วดื่มน้ำตามไป รสชาติค่อยว่ากัน อาหารที่กินก็เน้นอาหารอ่อนไว้ก่อน มีอาหารที่ต้องเคี้ยวบ้าง รู้สึกแห้งบ้างก็กินน้ำตามกันไป



วันที่ 7 ของการติด (วันพุธ)

 ผมเพิ่มเริมกลับไปทำงานแล้ว แต่ว่าก็ทำแบบ Online ก่อน เพราะว่าเชื้อยังน่าจะอยู่ ก็เหนื่อยมากพยายามรีบทำเสร็จแล้วก็ปิดคอมพักผ่อน



วันที่ 9 ของการติด (วันศุกร์) 

ยังไม่ดีขึ้นแต่การฝืนตัวเองไปทำงานที่ Office แล้ว โดยรวมร่างกายแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด จริงวันนี้ถ้าได้พักหรือทำอยู่ที่บ้านอาจจะดึขึ้น (แต่เราดื้อไปช่วยน้องๆและทีมเอง ไม่มีใครขอให้ทำ) พยายามอยู่ไม่ดึก เพราะมันมีงาน Engagement ด้วย และพยายามกลับมานอนซ่อมร่างกายช่วงเสาร์อาทิตย์ แต่พอวันเสาร์จริงๆก็ไม่ได้นอนพัก ต้องไปหาหมอเกาต์ (อีกโรคนึง)อีก ตอนแรกก็คิดว่าจะเลื่อนดีไหม แต่ว่าก่อนเป็นผลรักษามันค่อนข้างเข้าที่ เลยอยากไปติดตาม ผลออกมาคือค่า Uric ในกระแสเลือดดีขึ้น แต่ทีแย่คือค่าตับ อาจจะเป็นเพราะว่ายาต่างๆที่กินตอนโควิด โดยเฉพาะพวกยาลดไข้ Paracetamol พวกนี้ที่ต้องทำลายที่ตับ เลยต้องหยุดยาบางตัว เพื่อให้ตับฟื้นฟู


วันที่ 10 ของการติด

ยังคงอ่อนเพลีย เมื่อยตัว หายใจลำบากแบบถ้าหายใจเร็วจะแน่นหน้าอกแล้วเหมือนหายใจไม่เข้า ต้องกายใจช้าๆลึกแทน ใจสั้นนิดๆ แน่นหน้าอกหน่อยๆ การรับรู้กลิ่นรสลง  รสชาติยังคงเพี้ยนอยู่เราสามารถรับรสชาติเค็มได้มากเกินกว่าปกติ หรือว่าอาหารมันเค็มจัดอยู่แล้วก็ไม่รู้ เรียกว่าทุกอย่างมันเค็มแบบกินกันไม่ได้เลย ปวดหัว สมาธิสั้น สมองล้า แต่นอนไม่หลับหรือหลับยากเริ่มกลับมารับมือได้จากการนอนแบบควบคุมลมหายใจและ Meditate แบบที่เคยๆทำ

ประมาณปลายสัปดาห์ที่สองรู้สึกมีแรงขึ้นมานิดนึง และกินได้ดีมากขึ้นในวันต่อมา ก่อนหน้านี้กินแบบเพื่อให้ร่างกายมีอะไรลงท้องไป แต่ผมก็กินพวกนมโปรตีนที่มีสารอาหารไป


กลางสัปดาห์ที่ 3 ของการติด

เริ่มมีแรง และลงออกไปเดินเล่นด้านล่างคอนโด กินได้มากขึ้น และมีความหิวอยากกินอาหารเกิดขึ้นแล้ว นอนเริ่มเป็นปกติ มีบางวันเหนื่อยอยากนอนเร็ว 2-3 ทุ่มก็หลับ หรือบางคืนก็ยังมีแรงถึงเที่ยงคืน แฟนก็มีอาการต่างไปเล็กน้อยโดยเพราะเรื่องของรสชาติที่เพี้ยนกว่าเรา และยังรู้สึกไม่อยากกินอะไร ที่เหลือก็คล้ายกัน


วันนี้อาทิตย์ที่ 4 ของการติด

เริ่มดีขึ้นมากแต่ก็มีน้ำมูกอยู่บ้าง อย่างที่เล่าก่อนหน้า คือพี่คนนึงเคยบอกว่าเค้าเคยเป็นคล้ายกันๆ 2-3 เดือนกว่าจะหายเป็นปกติ ก็คงต้องล้างจมูก ฉีด สเตียรอยด์เข้าจมูกกันต่อไป ถึงตอนนี้ผมยังคงไปหาหมอเรื่อยๆ เพื่อดูอาการ มีการ X-ray ไปเมื่ออาทิตย์ก่อนตรงปอด ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ โควิดไม่ได้เข้าถึงปอด ก็รักษาตามอาการกันต่อไป 

Post a Comment

You can share any idea here.......

Previous Post Next Post

Contact Form